ENGLISH LANGUAGE  
Search      
 
-A +A  
www.phuket4travel.com
  หน้าแรก | ฟอร์มติดต่อกลับ | โรงแรม | การชำระเงิน | เกี่ยวกับเรา
สอบถามข้อมูลทัวร์และโรงแรม
ฟอร์มติดต่อกลับ
โรงแรมในตัวเมืองภูเก็ต
โรงแรมหาดป่าตอง
โรงแรมหาดกะรน
โรงแรมหาดกะตะ
โรงแรมหาดในยาง
โรงแรมหาดกมลา
โรงแรมาดในหาน
โรงแรมแหลมพันวา
โรงแรมหาดสุรินทร์
โรงแรมหาดราไวย์
โรงแรมอ่าวปอ ป่าคลอก
โรงแรมเกาะพีพี
โรงแรมเกาะราชา
โรงแรมเกาะรังใหญ่
โรงแรมเกาะเฮ
โรงแรมเกาะแก้ว
โรงแรมอ่าวไร่เลย์
โรงแรมทับละมุ
โรงแรมเขาหลัก
โรงแรมตัวเมืองกระบี่
โรงแรมเขาสก
โรงแรมเกาะสมุย
โรงแรมหาดละไม เกาะสมุย
โรงแรมหาดใหญ่
โรงแรมอ่าวนาง
โรงแรมเกาะลันตา
โรงแรมคุระบุรี จ.พังงา
โรงแรมเชียงราย
โรงแรมเชียงใหม่
โรงแรมกรุงเทพมหานคร
ทัวร์เกาะพีพี-Sea Angle
ทัวร์เกาะพีพี-อ่าวมาหยา-เกาะไข่
ทัวร์เกาะไข่
ทัวร์เกาะไข่ครึ่งวัน
ทัวร์บานาน่าบีช (เกาะเฮ)
ทัวร์ตกปลา
ทัวร์เกาะรอกและเกาะห้าวันเดย์ทริป
ทัวร์เกาะพีพี-เกาะไข่ เรือ 150 ที่นั่ง
ทัวร์พีพีอ่าวมาหยาเกาะไข่ใน+ดินเนอร์
ทัวร์ซีคานู สปีดโบ้ท
ทัวร์ซีคานู
ทัวร์ซันเซ็ตซีคานู
ทัวร์อ่าวพังงา
ทัวร์เกาะราชา
ทัวร์เกาะเฮ
ทัวร์เกาะราชา + เกาะเฮ
ทัวร์เกาะราชา+เกาะเฮ วีไอพี
ทัวร์เกาะสิมิลัน
ทัวร์เกาะสุรินทร์
ทัวร์เกาะตาชัย (Virgin Island)
ทัวร์เกาะไม้ท่อน
ทัวร์ราชาและไม้ท่อนวันเดย์ทริป
ทัวร์รอบเกาะ
ตั๋วเรือโดยสาร
ทัวร์กระบี่ สี่เกาะ (Unseen)
ทัวร์เขาหลัก
ทัวร์ล่องแก่ง
ทัวร์ซาฟารี
ทัวร์เกาะยาวใหญ่และเกาะไข่
ทัวร์เกาะพีพี-เกาะยุง-เกาะไม้ไผ่





















 

 
B I R T H S T O N E S
 
 
January
 
Garnet (โกเมน)
 
มีความสม่ำเสมอมั่นคง
 
July
 
Ruby (ทับทิม)
 
มีความพอใจ รอดพ้นจากโรคภัยไข้เจ็บ
 
February
 
Amethyst
(แอเมทิสต์)
 
ความรักที่บริสุทธิ์และความซื่อสัตย์
 
August
 
Peridot  (เพริคอต)
 
มีความสุขในชีวิตแต่งงาน
 
March
 
Aquamarine
อะความมารีน
 
มีความกล้าหาญ
 
September
 
Sapphire (ไพลิน)
 
มีความฉลาดและหลักแหลม
 
 
April
 
IDiamond (เพชร)
 
มีความแข็งแกร่ง หนักแน่นมั่นคง
 
October
 
Opal (โอปอล)
 
มีความซื่อสัตย์
 
May
 
Emarald (รกต)
 
มีความสมหวังในความรัก
 
November
 
Citrine (บุษราคัม)
 
มีความถูกต้องและแน่นอน
 
June
 
Pearl (ไข่มุก)
มีสุขภาพดี มั่นคง
 
December
 
Blue Topaz
(เทอร์ควอยส์)
 
มีความมั่นคงรุ่งเรื่อง

เ ลื อ ก อั ญ ม ณี ป ระ จำ วั น เ กิ ด  (วัน)
 
สีของอัญมณี
 
เลือกใช้อัญมณีให้ถูกโฉลก
วันอาทิตย์
    ห้ามอัญมณีทุกชนิดที่ป็น สีฟ้า
    สีของอัญมณีที่เสริมการเงิน สีดำ สีเทา สีกาแฟ ให้ได้ทรัพย์มาร่ำรวย
    สีของอัญมณีที่เสริมการงาน ให้ก้าวหน้ารุ่งเรื่อง ประสบความสำเร็จ สีแสด สีส้ม
    สีของอัญมณีที่เสริมอำนาจ (มีเดช) สีชมพู สีแดง
    สีของอัญมณีที่สง่าราศี เป็นที่ยกย่องเลื่อมใส เป็นที่รักใคร่ สีเขียว
    สีของอัญมณี ที่เสริมเมตตากรุณา สีทึบๆ หม่นๆ
วันจันทร์
    ห้ามอัญมณีทุกชนิดที่ป็น สีแดง
    สีของอัญมณีที่เสริมการเงิน สีแสด
    สีของอัญมณีที่เสริมการงาน ให้ก้าวหน้ารุ่งเรื่อง ประสบความสำเร็จ สีดำ
    สีของอัญมณีที่เสริมอำนาจ (มีเดช) สีเขียว
    สีของอัญมณีที่สง่าราศี เป็นที่ยกย่องเลื่อมใส เป็นที่รักใคร่ สีโทนดำ สีเมฆหมอก
    สีของอัญมณี ที่เสริมเมตตากรุณา สีฟ้า
วันอังคาร
    ห้ามอัญมณีทุกชนิดที่ป็น สีขาวนวล สีไข่ไก่
    สีของอัญมณีที่เสริมการเงิน  สีเทา สีเมฆหมอก
    สีของอัญมณีที่เสริมการงาน สีฟ้า
    สีของอัญมณีที่เสริมอำนาจ (มีเดช) สีดำ
    สีของอัญมณีที่สง่าราศี สีแสด
    สีของอัญมณี ที่เสริมเมตตา สีแดง
วันพุธ(กลางวัน)
    ห้ามอัญมณีทุกชนิดที่ป็น สีขาวนวล สีชมพู   
    สีของอัญมณีที่เสริมการเงิน  สีฟ้า
    สีของอัญมณีที่เสริมการงาน สีแดง
    สีของอัญมณีที่เสริมอำนาจ (มีเดช) สีแสด
    สีของอัญมณีที่สง่าราศี สีดำ สีเทา
    สีของอัญมณี ที่เสริมเมตตา สีขาวแวววาว
 
วันพุธ(กลางคืน)
    ห้ามอัญมณีทุกชนิดที่ป็น สีแสด   
    สีของอัญมณีที่เสริมการเงิน  สีชมพู   
    สีของอัญมณีที่เสริมการงาน สีเขียว
    สีของอัญมณีที่เสริมอำนาจ (มีเดช) สีแดง
    สีของอัญมณีที่สง่าราศี สีขาวนวล สีเงิน
    สีของอัญมณี ที่เสริมเมตตา สีเทา สีเข้มๆ
วันพฤหัสบดี
    ห้ามอัญมณีทุกชนิดที่ป็น สีดำ สีกาแฟ สีหม่นทึบ   
    สีของอัญมณีที่เสริมการเงิน  สีขาว
    สีของอัญมณีที่เสริมการงาน สีชมพู
    สีของอัญมณีที่เสริมอำนาจ (มีเดช) สีฟ้า   
    สีของอัญมณีที่สง่าราศี สีแดง
    สีของอัญมณี ที่เสริมเมตตา สีเขียว
วันศุกร์
    ห้ามอัญมณีทุกชนิดที่ป็น สีเทา สีโทนดำ สีเข้มๆ มืดๆ   
    สีของอัญมณีที่เสริมการเงิน  สีขียว
    สีของอัญมณีที่เสริมการงาน สีดำ
    สีของอัญมณีที่เสริมอำนาจ (มีเดช) สีขาวนวล สีไข่ไก่
    สีของอัญมณีที่สง่าราศี สีชมพู
    สีของอัญมณี ที่เสริมเมตตา สีสด
วันเสาร์
    ห้ามอัญมณีทุกชนิดที่ป็น สีเขียว   
    สีของอัญมณีที่เสริมการเงิน  สีแดง
    สีของอัญมณีที่เสริมการงาน สีขาว สีขาวนวล สีเหลืองเรื่อๆ
    สีของอัญมณีที่เสริมอำนาจ (มีเดช) สีดำ
    สีของอัญมณีที่สง่าราศี สีฟ้า
    สีของอัญมณี ที่เสริมเมตตา สีชมพู

ความเชื่อ และ การประดับ ตกแต่งอาคารบ้านเรือน จังหวัด ภูเก็ต

กระจกรูปวงรี
กระจกรูปวงรีหรือรูปไข่ หมายถึงคันฉ่อง มักมีการนำมาประดับตามประตูบ้าน เนื่องจากเป็นหนึ่ง ในมงคลแปดประการตามคติจีน

ไข่มุกมังกร
ไข่มุก มังกร หรือลูกปัดมังกร คือลูกแก้วสุกใสส่องประกายเจิดจ้ายามค่ำคืน เปรียบเสมือน ดวงอาทิตย์ หรือเศียรของพระพุทธเจ้า (มักประดับอยู่บนหลังคาศาลเจ้า)

ดอกพุดตาล
เป็นสัญลักษณ์แห่งความมั่งคั่ง ร่ำรวยมียศศักดิ์

ผลท้อ
เป็นสัญลักษณ์ของความยั่งยืน

ภาพตัวอักษรซิ่ว(เขียนในวงกลม)หมายถึงความยั่งยืนความสมหวัง หรือความสมหวังที่ยั่งยืน เพราะซิ่วคืออักษรแห่งความยั่งยืน ส่วนวงกลมมีความหมายถึงความสมบูรณ์ สมหวัง

ดอกบัว
ดอกบัว หมายถึงความปรองดอง มีความหมายว่าให้มีบุตรในเร็ววัน เนื่องจากดอกบัวนั้น ผลิดอกและออกผลในเวลาเดียวกัน

มังกร
ชาวจีนเชื่อว่า มังกรเป็นสัตว์วิเศษชนิดหนึ่ง ที่สามารถขจัดภูตผีปีศาจ และสิ่งชั่วร้ายต่างๆ ได้

เสือ
เสือ มีความหมายในการขจัดสิ่งชั่วร้าย เนื่องจากเสือเป็นสัตว์ที่ทรงพลังอำนาจ

หงส์
ชาวจีนเชื่อว่าหงส์เป็นสัญลักษณ์ของความสงบสุข และสันติ เพราะหงส์จะปรากฏตัว เมื่อประเทศชาติมีความสงบสุข

กิเลน
กิเลนเป็นสัตว์วิเศษที่ชาวจีนเชื่อว่าสามารถขจัดสิ่งชั่วร้ายได้เช่นกัน และเมื่อกิเลน และหงส์มาอยู่คู่กัน ก็จะเป็นมหามงคลยิ่ง

สิงโต
สิงโต เป็นสัตว์อีกชนิดหนึ่ง ที่เชื่อว่าสามารถขจัดสิ่งชั่วร้ายต่างๆ ได้ จึงนิยมทำประดับตามหัวเสา บานประตู หรือตั้งไว้เป็นคู่เฝ้าหน้าประตูทางเข้าบ้าน และศาลเจ้า

ค้างคาว
ค้างคาวเป็นสัญลักษณ์ แทนโชคลาภ หากเป็นค้างคาวสองตัว ก็หมายถึงโชคคู่

ลับแล
เป็น ฉากกั้นที่แกะสลักลายมงคลต่างๆ เช่น รูปดอกบัวอันหมายถึงให้มีความปรองดอง หรือเพื่อเป็นการอวยพรให้มีบุตรในเร็ววันก็ได้ เนื่องจากดอกบัวนั้น ผลิดอกและออกผล ในเวลาเดียวกัน หรือแกะสลักเป็นรูปคันฉ่อง หรือ วงรีอันเป็นหนึ่งในมงคลแปดประการของจีน

ผ้าฉาย
ชาว ภูเก็ตนิยมแขวนผ้าฉาย หรือผ้าแดงเหนือประตูบ้าน เมื่อมีงานหรือเทศกาลมงคลต่างๆ เช่น ช่วงเทศกาลตรุษจีน งานแต่งงาน หรือใช้คลุมโต๊ะ ที่ตั้งเครื่องบูชาตอนไหว้เจ้า โดยผ้าแดงนี้โดยมาก มักปักเป็นรูปเซียนทั้งแปด และประดับด้วยลูกปัดอย่างสวยงาม

หง่อคาขี่
หง่อ คาขี่หรืออาเขต คือ ซุ้มโค้งทางเดินหน้าตึกแถว ซึ่งเป็นศิลปะแบบดัตช์ โดยมีขนาด ความกว้างประมาณ 5 ฟุต (ได้รับอิทธิพล จากกฎหมาย ของอังกฤษที่บังคับใช้ ในประเทศ อาณานิคม เช่น สิงคโปร์ โดยบังคับให้เจ้าของตึก เหลือทางเดินสาธารณะไว้ 5 ฟุต)

ฉิมแจ้
ที่ ภูเก็ตมักมีการสร้างบ่อน้ำ อย่างน้อยบ้านละหนึ่งบ่อ ในบริเวณช่องเปิดโล่ง หรือสกายไลท์ หรือที่เรียกว่าฉิมแจ้ ให้แสง และลม สามารถผ่านเข้ามาในบ้านได้ นอกจากทำให้ บ้านเย็นสบายแล้ว ลมและฝน ยังเป็นสัญลักษณ์ของเงินทอง ที่ไหลเข้าบ้านอีกด้วย ซึ่งฉิมแจ้นี้จะสร้างให้ลดระดับต่ำกว่าพื้นบ้านราว 1 ฟุต

ศาลเจ้าที่
แต่ เดิมบ้านในภูเก็ตทุกหลัง จะมีศาลเจ้าที่ มีลักษณะเหมือนหิ้งขนาดเล็ก สีแดง อยู่บริเวณหน้าบ้าน และจะมีการกราบไหว้ ทุกเช้า ซึ่งคนภูเก็ต นิยมใช้สับปะรดไหว้บูชา

ตั๊ว-หน้าพระ
ชาวภูเก็ตส่วนใหญ่ นิยมตั้งโต๊ะบูชาไว้ในส่วนหน้าของบ้าน หรือตามร้านค้า ไม่ว่ายากดี มีจนเพียงใด ภายในบ้านทุกบ้านต้องมี ?ตั๊ว? หรือโต๊ะบูชาเทพเจ้า ที่คนในสายตระกูล นับถือต่อๆ กันมา โดยเทพที่นิยมนับถือกันมาก ในหมู่ชาวจีน ในภูเก็ต คือ กวนอู กวนอิม ปุนเถ้าก๋ง โจวซือกง เฮียนเที้ยน หรือ เจ้าพ่อเสือ

ทริป..!!..น่ารู้น่าเที่ยว..^^

อุทยานแห่งชาติในประเทศไทย
ปัจจุบัน ประเทศไทยมีอุทยานแห่งชาติ 148 แห่ง

แบ่งเป็นทางทะเล 24+2 แห่ง
แบ่งเป็นทางบก 120 แห่ง ภาคเหนือ 59 แห่ง,ภาคกลาง/ตะวันออก/ตะวันตก 20 แห่ง, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 23 แห่ง, ภาคใต้ 18 แห่ง

ภาคเหนือ
แก่งเจ็ดแคว • ขุนขาน • ขุนแจ • ขุนน่าน • ขุนพระวอ • ขุนสถาน • เขาค้อ • คลองตรอน • คลองลาน • คลองวังเจ้า • แจ้ซ้อน • ผาแดง • ดอยขุนตาล • ดอยจง • ดอยผากอง • ดอยผ้าห่มปก • ดอยภูคา • ดอยภูนาง • ดอยเวียงผา • ดอยสุเทพ-ปุย • ดอยหลวง • ดอยอินทนนท์ • ตากสินมหาราช • ตาดหมอก • ถ้ำปลา-น้ำตกผาเสื่อ • ถ้ำผาไท • ถ้ำสะเกิน • ทุ่งแสลงหลวง • นันทบุรี • น้ำตกชาติตระการ • น้ำตกพาเจริญ • น้ำตกแม่สุรินทร์ • น้ำหนาว • ภูซาง • ภูสอยดาว • ภูหินร่องกล้า • แม่เงา • แม่จริม • แม่ตะไคร้ • แม่โถ • แม่ปิง • แม่ปืม • แม่เมย • แม่ยม • แม่วงก์ • แม่วะ • แม่วาง • รามคำแหง • ลานสาง • ลำน้ำกก • ลำน้ำน่าน • เวียงโกศัย • ศรีน่าน • ศรีล้านนา • ศรีสัชนาลัย • สาละวิน • ห้วยน้ำดัง • ออบขาน • ออบหลวง

ภาคตะวันออก
เฉียงเหนือ
แก่งตะนะ • เขาพระวิหาร • เขาใหญ่ • ตาดโตน • ตาพระยา • ทับลาน• ไทรทอง • นายูง-น้ำโสม • น้ำพอง • ป่าหินงาม • ผาแต้ม • ภูกระดึง • ภูเก้า-ภูพานคำ • ภูจองนายอย • ภูเรือ • ภูแลนคา • ภูเวียง • ภูผาม่าน • ภูผายล • ภูผาเหล็ก • ภูพาน • ภูลังกา • ภูสระดอกบัว • ภูสวนทราย • ภูผาเทิบ

ภาคกลาง
ภาคตะวันออก
ภาคตะวันตก
น้ำตกเจ็ดสาวน้อย • น้ำตกสามหลั่น • พุเตย • เขาคิชฌกูฏ • เขาชะเมา-เขาวง • เขาสิบห้าชั้น • เขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด • น้ำตกคลองแก้ว • น้ำตกพลิ้ว • ปางสีดา • หมู่เกาะช้าง • กุยบุรี • แก่งกระจาน • เขาสามร้อยยอด • เขาแหลม • เขื่อนศรีนครินทร์ • เฉลิมพระเกียรติไทยประจัน • เฉลิมรัตนโกสินทร์ • ทองผาภูมิ • ไทรโยค • น้ำตกห้วยยาง • ลำคลองงู • หาดวนกร • เอราวัณ

ภาคใต้
แก่งกรุง • เขานัน • เขาน้ำค้าง • เขาปู่-เขาย่า • เขาพนมเบญจา • เขาลำปี-หาดท้ายเหมือง • เขาสก • เขาหลวง • เขาหลัก-ลำรู่ • คลองพนม • ตะรุเตา • ใต้ร่มเย็น • ทะเลบัน • ธารเสด็จ-เกาะพะงัน • ธารโบกขรณี • น้ำตกซีโป • น้ำตกทรายขาว • น้ำตกโยง • น้ำตกสี่ขีด • น้ำตกหงาว • บางลาง • บูโด-สุไหงปาดี • ลำน้ำกระบุรี • ศรีพังงา • สันกาลาคีรี • สิรินาถ • หมู่เกาะเภตรา • หมู่เกาะชุมพร • หมู่เกาะพยาม • หมู่เกาะระ-เกาะพระทอง • หมู่เกาะลันตา • หมู่เกาะสิมิลัน • หมู่เกาะสุรินทร์ • หมู่เกาะอ่างทอง • หาดขนอม-หมู่เกาะทะเลใต้ • หาดเจ้าไหม • หาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี • แหลมสน • อ่าวพังงา • อ่าวมะนาว-เขาตันหยง

ที่นี่มาว่ากันด้วยเรื่องอุทยานแห่งชาติกันนะค่ะ ในประเทศไทยมีทั้งหมดรวมแล้ว 138+10 (ประกาศเพิ่ม) แห่ง ทั้งที่ประกาศจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติแล้ว และที่อยู่ในระหว่างการดำเนินการประกาศจัดตั้งใหม่ ในจำนวนนี้เป็นอุทยานแห่งชาติทางบก 114+6 แห่ง และอุทยานแห่งชาติทางทะเลอีก 24+2 แห่ง ซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ทางภาคใต้ วันนี้ฉันขออนุญาตหยิบยกอุทยานแห่งชาติทางทะเลมาสัก 10 แห่งที่น่าสนใจและน่าเที่ยวในซัมเมอร์นี้ค่ะ


ทริป..!!..น่ารู้น่าเที่ยว..^^
รู้หรือเปล่าว่า"ฉี่"ใหม่ๆๆของเ
ราสามารถล้างพิษสัตว์ทะเลได้
เม่นทะเล (Sea urchin)

เม่นทะเลเป็นสัตว์มีหนามตามผิวลำตัวเช่นเดียวกับดาวทะเล แต่เม่นทะเลมีหนามยาวจำนวนมาก ชนิดที่พบชุกชุมในแนวปะการังของชายฝั่งทะเลไทยคือเม่นดำหนามยาว (Diadema setosum) มีหนามขนาดยาวอยู่รอบตัว การเล่นน้ำ ดำน้ำในบริเวณที่มีเม่นทะเล คลื่นอาจซัดให้โยนตัวไปเหยียบย่ำหรือนั่งทับเม่นทะเลได้

หนามของเม่นทะเลมักเปราะหักง่าย เมื่อฝังอยู่ในเนื้อไม่สามารถบ่งออกได้อย่างเสี้ยนหรือหนามจากพืช เม่นทะเลบางชนิดมีต่อมน้ำพิษด้วยเมื่อถูหนามเม่นตำแล้ว น้ำพิษยังอาจเข้าสู่ร่างกายทำให้เกิดอาการอักเสบ บวมแดง เจ็บปวดและเป็นไข้ได้ นอกจากหนามที่แหลมคมแล้วเม่นทะเลยังมีโครงสร้างพิเศษที่เรียกว่า เพดิเศลลาเรีย (อี) (pedicellariae) กระจัดกระจายแทรกอยู่ระหว่างหนามตรงปลายมักมี 3 แฉกคล้ายคีม ซึ่งทำหน้าที่เก็บเศษอินทรีย์และจุลินทรีย์ออกจากผิวลำตัว เพดิเศลลาเรียในเม่นทะเลบางชนิดมีต่อมน้ำพิษอยู่ด้วย ดังนั้นอันตรายจากเม่นทะเลจึงไม่เฉพาะหนามเพียงอย่างเดียว

หนามของเม่นทะเลจะทำให้เกิดอาการบวมแดง ชา เป็นอยู่นานประมาณ 30 นาที จนถึง 4-6 ชั่วโมง และหนามจะย่อยสลายไปภายใน 24 ชั่วโมง
การป้องกันและรักษา โดยปกติเม่นทะเลมักไม่เป็นอันตรายต่อนักดำน้ำ ถ้าไม่เข้าไปใกล้ หรือ จับต้อง เมื่อถูกหนามเม่นทะเลตำให้ถอนหนามออก ถ้าทำได้ หากถอนไม่ออกให้พยายามทำให้หนามบริเวณนั้นแตกเป็นชิ้นเล็กๆ โดยการบิดผิวหนังบริเวณนั้นไปมา หรือ แช่แผลในน้ำร้อนประมาณ 50 องศาเซลเซียส เพื่อช่วยให้หนามย่อยสลายได้เร็วขึ้น แต่หนามบางชนิดอาจไม่ย่อยสลาย ต้องผ่าออก

เม่นทะเลหรือที่เราเรียกกันว่า หอยเม่น จริง ๆ แล้วเป็นสัตว์จำพวกเดียวกับปลิงทะเล ลำตัวประกอบด้วยหนามยาวโดยรอบสามารถโบกไปมาได้ เม่นทะเลมักอาศัยตามพื้นทรายและซอกหินในแนวปะการัง เม่นทะเลจะไม่ทำร้ายคนหรือสัตว์อื่น ๆ ก่อนยกเว้นเราไปเหยียบมันเข้าแล้วถูกหนามของเม่นทะเลตำเอา โดยปกติหนามของเม่นทะเลจะเปราะและหักง่ายภายในมีท่อกลวง บางชนิดก็มีน้ำพิษอยู่ภายในด้วย

การปฐมพยาบาลและการป้องกัน
เมื่อโดนหนามของเม่นทะเลตำ การบ่งเอาหนามออกจะยากมาก เพราะหนามของเม่นทะเลเปราะหักง่าย จึงควรใช้ของแข็งทุบบริเวณที่ถูกตำ จะทำให้หนามเม่นทะเลแตกเป็นชิ้นเล็ก ๆ แล้วร่างกายจะสามารถดูดซึมให้หายได้ ภายใน 24-48 ชั่วโมง ทั้งนี้เป็นเพราะว่าหนามของเม่นทะเลมีโปรตีนเป็นองค์ประกอบ หลังจากนั้นใช้แอมโมเนียหรือแอลกอฮอล์เช็ดแผลบริเวณนั้น""หรือให้ฉี่ใหม่ๆๆแล้วนำมาราดที่บริเวณปวดหรือโดนเม่นและสัตว์ทะเลต้อย หากมีน้ำส้มสายชูติดเรือไว้ก็จะดีมากๆๆเพราะสามารถล้างพิษได้เพราะเม่นทะเลเป็นแคลเซียมชนิดหนึ่ง""จะทำให้บรรเทาอาการเจ็บปวดลงได้ แล้วจึงนำผู้ป่วยไปพบแพทย์ เพื่อรักษาแผลต่อไป วิธีการป้องกันการถูกหนามเม่นทะเลตำที่ดีที่สุดก็คือ ระมัดระวังไม่ไปเหยียบถูกมันเข้าในขณะที่เล่นน้ำหรือดำน้ำชมปะการัง

’ทริป..!!..น่ารู้น่าเที่ยว..^^
การเกิดน้ำขึ้นน้ำลง..เกิดจากแร
งดึงดูดของดวงจันทร์ และดวงอาทิตย์


น้ำขึ้นน้ำลงคือปรากฏการณ์ที่ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น และลดลงเป็นช่วงๆในแต่ละวัน โดยเกิดจากแรงดึงดูดระหว่างมวลของดวงจันทร์และโลก..."น้ำขึ้น"จะเกิดบนผิวโลกบริเวณที่มีตำแหน่งใกล้ดวงจันทร์และตรงกันข้ามกับตำแหน่งของดวงจันทร์...ส่วน"น้ำลง"เกิดในพื้นที่บนโลกที่มีพื้นที่ตั้งฉากกับตำแหน่งของดวงจันทร์ เมื่อโลกหมุนรอบตัวเองพื้นที่บนโลกที่มีตำแหน่ง ใกล้ ตรงกันข้าม หรือตั้งฉากกับดวงจันทร์จะมีการเปลี่ยนตำแหน่งไป จึงทำให้พื้นที่หนึ่งๆเกิดน้ำขึ้น น้ำลงวันละ 2 ครั้ง

โดยปกติน้ำทะเลขึ้นวันละ 2 ครั้งและลงวันละ 2 ครั้ง โดยมีช่วงเวลาระหว่างการขึ้น – การลงประมาณ 6 ชั่วโมง 12 นาที ทำให้น้ำขึ้นครั้งแรกถึงครั้งถัดไปห่างกันประมาณ 12 ชั่วโมง 25 นาที และวันถัดไปน้ำจะขึ้นช้าวันละประมาณ 50 นาที เพราะดวงจันทร์เคลื่อนไปอยู่ทางตะวันออกของจุดเดิมเกือบ 13 องศา

การที่วัตถุใดๆจะเคลื่อนที่ได้จะต้องมีแรงมากระทำกับวัตถุนั้น ในกรณีนี้ น้ำในส่วนต่างๆของโลกถูกทำให้เคลื่อนที่โดยแรงโน้มถ่วง (Gravity) ที่เกิดขึ้นจากดวงจันทร์ แรงโน้มถ่วงจากทั้งโลกและดวงจันทร์กระทำซึ่งกันและกัน ทำให้ดวงจันทร์ (คล้ายกับ) โคจรรอบโลก หรือถ้าจะกล่าวให้ถูกต้องก็คือ ทำให้โลกและดวงจันทร์โคจรรอบศูนย์กลางมวลร่วมกัน แต่แรงโน้มถ่วงเป็นแรงที่มีขนาดแปรผกผันกับค่ากำลังสองของระยะห่างระหว่างวัตถุ ดังนั้น แรงโน้มถ่วงที่กระทำระหว่างโลกและดวงจันทร์จึงมีค่าไม่เท่ากันในแต่ละตำแหน่งบนพื้นผิวของโลกและดวงจันทร์ เรียกว่าเป็นแรงไทดัล (Tidal force)

’’ทริป..!!..น่ารู้น่าเที่ยว..^^
ทำไมเราจึงเห็นน้ำทะเลเป็นสีฟ้า
หรือมีหลายสีมากๆๆ

เกิดจากแสงอาทิตย์กระทบกับน้ำทะเลค่ะ
1. น้ำทะเลสะท้อนแสงจากท้องฟ้า ซึ่งมีสีฟ้า และจะเห็นว่า ถ้าวันไหนเมฆเยอะ ทะเล
จะสีไม่ฟ้ามากนัก

2. น้ำทะเลเองก็กระเจิงแสงในทำนองเดียวกับท้องฟ้า ซึ่งเมื่อแสงกระเจิงจากอนุภาคที่ขนาดเล็กกว่าความยาวคลื่น แสงสีน้ำเงินซึ่งความยาวคลื่นต่ำจะกระเจิงได้ดีที่สุด ในขณะที่แสงสีแดงซึ่งความยาวคลื่นมากจะกระเจิงได้น้อย ทำให้เมื่อลงไปอยู่ในน้ำทะเล ก็ยังคงเห็นน้ำเป็นสีฟ้า เพราะแสงสีน้ำเงินกระเจิงเข้าตามากที่สุดนั่นเอง..(อย่าทิ่งขยะในทะเลนะค่ะ)



  หน้าแรก | ฟอร์มติดต่อกลับ | โรงแรม | การชำระเงิน | เกี่ยวกับเรา  
 
   Web hosting | website builder |เว็บไซต์สำเร็จรูป by ninenic   ©Copyright 2002-2017 All rights reserved.
บริษัทภูเก็ตไฟว์สตาร์ จำกัด
100/395 หมู่บ้านศรีสุชาติ แกรนด์วิว ตำบลรัษฎา อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต 83000
Tel : 076261562 Fax: 076261677
Email : info@phuket5stars.com